เทรนด์กัญชง และกัญชาในสหรัฐอเมริกา

Last updated: 2021-07-10  |  223 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เทรนด์กัญชง และกัญชาในสหรัฐอเมริกา

     แคนนาบิส (Cannabis) เป็นชื่อ “สกุล” (genus) ของพืชกัญชง-กัญชา สามสายพันธุ์ย่อย (species) ของแคนนาบิสที่พบบ่อย คือ Cannabis sativa, Cannabis indica และ  Cannabis rudealis   สายพันธุ์ที่พบมากในไทยจะเป็นสายพันธุ์ Cannabis sativa ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในลักษณะอากาศแบบร้อนชื้น กัญชงและกัญชาจัดเป็นพืชที่อยู่ในสกุล Cannabis  เหมือนกัน แต่ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อย กัญชงจัดอยู่ในกลุ่ม Cannabis sativa ในขณะที่กัญชาอาจอยู่ในกลุ่ม indica หรือ sativa ก็ได้ กัญชงในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า “เฮมพ์” (Hemp) ส่วนกัญชาในภาษาอังกฤษคือคำว่า “มาริฮวานา” (Marijuana)
   สารประกอบเคมีในกัญชงและกัญชา 2 ชนิดที่โดดเด่นได้แก่ สาร Tetrahydrocannabinol (THC) และสาร Cannabidiol (CBD) 
     กัญชง (Hemp) มีสาร THC ไม่เกิน 0.3% ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่สามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการเมาหรือมีฤทธิ์ต่อประสาท ในขณะที่ กัญชา (Marijuana) ส่วนใหญ่มีสาร THC ประมาณ 5-20% กัญชาที่คุณภาพสูงมีสาร THC สูงถึง 25-30% จึงทำให้กัญชามีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการเมา และถือเป็นสารเสพติด สาร THC ส่งผลต่อร่างกาย
      กัญชง (Hemp) มีสาร CBD ในปริมาณที่มากกว่า กัญชา (Marijuana) สาร CBD เป็นสารที่ไม่มีฤทธิ์ต่อประสาท นั้นหมายความว่าจะไม่ทำให้เกิดอาการมึนเมาได้
   งานวิจัยในตอนนี้พบว่า สาร CBD อาจจะสามารถนำมาช่วยรักษาอาการและโรคต่าง ๆ อาทิ อาการปวดกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวช้า การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อลำบาก โรคไขข้ออักเสบ โรคลมชัก ลมบ้าหมู โรคปลอกหุ้มเส้นประสาทอักเสบ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคพาร์กินสัน ลดการอักเสบ สิว โรควัวบ้า ลดอาการซึมเศร้า ลดอาการวิตกกังวล ลดอาการสมาธิสั้น ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และโรคลำไส้แปรปรวน
     ผู้ประกอบการในสหรัฐอเมริกา ได้นำกัญชง (Hemp) ไปใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย อาทิ
   ต้นกัญชง ให้ปริมาณเส้นใยในปริมาณมากกว่าต้นกัญชาถึง 20% เส้นใยมีคุณภาพสูงและแข็งแรงมากกว่าฝ้ายถึง 2 เท่า จึงเหมาะที่จะแปรรูปเป็นเชือก เยื่อกระดาษ และเสื้อผ้า
เมล็ดกัญชง มีโปรตีนสูงมากกว่าโปรตีนจากถั่วเหลือง จึงมีการวิจัยเพื่อแปรรูปเมล็ดกัญชงเป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนถั่วเหลือง นอกจากนี้ น้ำมันในเมล็ดกัญชงยังมีกรดไขมัน Omega-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดเดียวกันกับที่พบในน้ำมันปลา
 สหรัฐฯ มีการจัดแสดงสินค้ากัญชงโดยเฉพาะที่รัฐโคโลราโดเรียกว่างาน NoCo Hemp Expo โดยจัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นทุกปี ครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งจัดไปเมื่อต้นเดือน เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา งานแสดงสินค้า NoCo Hemp Expo มีตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกัญชงแทบจะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น สบู่ สครับ อาหาร รวมถึงการนำกัญชงไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์
    สาร CBD ในกัญชงไม่ได้ถูกนำไปใช้เพียงแค่ในบริษัทเล็กในสหรัฐอเมริกา เท่านั้น ห้างดังอย่าง Barneys ได้เปิดตัวร้านหรูชื่อ The High End ที่ผลิตภัณฑ์ในร้านทุกอย่างทำจากแคนนาบิสไปเมื่อไม่นานมานี้ในเมืองเบเวอร์รี่ ฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดัง Carl’s Jr. ก็ได้ทดลองขายเบอร์เกอร์ที่มีส่วนผสมของแคนนาบิสที่สาขาหนึ่งในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด
นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola ได้พูดคุยกับบริษัท Aurora Cannabis ในแคนาดา ในการผลิตเครื่องดื่มที่มีส่วนผสม CBD  และร้านกาแฟ Starbucks ก็อาจทำเมนูเครื่องดื่ม CBD มาขายในร้านเช่นเดียวกัน ขณะที่บริษัท Mondelez ผู้ผลิตคุกกี้ชื่อดัง Oreo และ Chips Ahoy ก็กำลังอยู่ในช่วงทำการศึกษาทดลอง เพื่อตัดสินใจว่าจะขายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสาร CBD หรือไม่ ดูเหมือนว่า สาร CBD จากกัญชงมีแนวโน้มจะแพร่หลายแทรกซึมในผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบในตลาดสหรัฐอเมริกา และไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
###ขอบคุณข้อมูลดีๆจากศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา Thai BIC USA

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้